| chuleepang's profile~LeT's eNjOY iN my WoRld...PhotosBlogLists | Help |
|
January 22 ทำบุญคุณปู่พี่โต๋ ไปวัดพระแก้ว แอ่วท่าพระจันทร์ แล้วต่อกันที่เซ็นปิ่นเมื่อวานตอนเช้ามีนัดกะพี่โต๋ว่าจะไปทำบุญคุณปู่ที่วัดชนะสงคราม
งานนี้ก็เลยได้รู้จักญาติๆพี่โต๋มากมายเลย
หน้าเด็กโครตๆ ตระกูลนี้
ก็ดีนะไปทำบุญได้รู้จักหน้าค่าตาที่บ้านเค้า หน้าเหมือนๆกันทั้งบ้านเลย
น่ารักดีแฮะบ้านนี้
หลังจากทำบุญอิ่มหมีพลีมันก็ไปไหว้พระกันที่โบสถ์นี่ไปไหว้กัน
แล้วคุณพ่อก็ขับรถไปส่งที่สัดพระแก้ว
แดดร้อนโครตๆ แต่วิวสวยมากๆอ่ะ
สมเป็นพระนครจริงๆ มากี่รอบๆ ก็ขนลุกไม่หาย
ก็ถ่ายรูปๆ กัน
(แต่ขอโทษ ไอ้เจ้าลิงที่พกมาด้วยจับถ่ายรูปยากมากๆ
แกล้งงอนไปหลายรอบเลย (ก็ยังไม่ยอมถ่าย)
ได้มาหนึ่งรูปดีใจมากๆเลย
แล้วก็ไปกินน้ำปั่นต่อกันที่ท่าพระจันทร์
ก็เดินๆกันไป ร้อนมากๆ ทรายกินไปสองเเก้ว
ขณะที่ไอ้ลิงซัดเย็นตาโฟ ไปหนึ่งถ้วย
ร้อนแล้วยังจะกินอะไรร้อนๆอีก บ้า
แล้วก็ไปดูดวงกัน ก็ช่วงนี้ดวงไม่ค่อยดีก็เลยไปดูดวง
หมอบอกว่าราหูเข้า ทรายก็เครียดเลยราหูเข้า
มิน่าซวยสุดๆ
แล้วก็ทักเรื่องอื่น เราว่าตรงนะ
แต่พี่โต๋ว่าไม่ค่อยตรง (กลัวทรายรู้ความจริงอ่ะดิ 555)
ตรงไม่ตรงบอกว่าพี่โต๋สาวติดเยอะ ไม่เว้นแม้กระเทยยังจริงเลย
แล้วทักว่าเราเวลาหนุ่มๆมาติดจะมาเป็นคู่
เราก็ว่าจริงนะ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเราชอบคนไหน
เราก็เอาคนนั้น
ไม่ชอบให้ความหวังใครนี้หว่า
แต่เรื่องอื่นไม่บอกในสเปซล่ะกัน
เอาเป็นว่าเค้าทักมาเป็นเรื่องดีมากๆ
แล้วก็มีหมอดูทักอย่างนี้มาหลายคนแล้วล่ะกัน
หุ หุ
สักพักก็นั่งรถเมล์ไปบ้านพี่โต๋ไปเอารถ
เพราะพี่โต๋จะไปฟิตเนสที่เเคลิฟอร์เนียกะพี่เต้ย
ก็ไปเอากันที่บ้าน ก็ได้เจอกะจีฮุน ตัวจริง
จีฮุนคือลูกสาวพี่โต๋
โครตดุเลย เห่าตลอด ขู่ฟ่อๆ
ไอ้ทรายล่ะเกร็งๆ ทำอะไรไม่ถูก ถ้าไม่ได้แม่กะพ่อพี่โต๋นะ
ไอ้ทรายโดนกัดแน่ๆ ขอบคุณค่า
ก็รีบๆออกมา ไปเซ็นปิ่นกัน
ก็รอพี่โต๋เล่น 1 ชม ระหว่างนั้นเราก็ดูๆหนังสือรอ
พอออกมาพี่โต๋ก็ระบายความอัดอั้นใจเรื่องพี่เต้ยน้องชาย
เล่าไป เล่ามา ดันจะเอ๋กะพี่เต้ย
ดีนะที่พี่เต้ยไม่ได้ยินอ่ะ ไม่งั้นตายๆ
แอบเกร็งๆ นิดหนอยตอนนั่งรถกลับบ้าน
เพราะพี่โต๋ชอบขู่ว่าพี่เต้ยดุมาก ๆ
ห้ามทำตัวติ้งต๊องต่อหน้าพี่เต้ยเด็ดขาดนะ
( ชอบขู่อยู่เรื่อยเลยพี่โต๋อ่ะ)
แต่ขากลับก็ไม่มีอะไร คุยเรื่องงานบอล
พี่เต้ยบอกว่า บอลเสมอกันจุฬาธรรมศาสตร์
เราก็บอกว่าไม่จริงหรอก ถ้าธรรมศาสตร์ไม่ได้ลูกโทษ
ก็แพ้ เล่นเอาหัวเราทั้งคัน
เราค่อยสบายใจหน่อย อย่างน้อยพี่เต้ยก็หัวเราะได้ อิอิ
เอาเป็นว่าเมื่อวานหน่อยมากๆ
มีความสุขมากๆ
หลังจากงอนๆ พี่โต๋มาสองวัน เมื่อวานก็กลับเข้าสู่โหมดปกติ
ว่าไปว่ามาก็แปลกนะ
คบมาไม่รู้กี่ปี เพิ่งจะมางอนๆกันเมื่อสามวันที่แล้ว
น้องทรายสัญญานะว่าทรายจะไม่งอนพี่โต๋อีกแล้ว
ทรายเครียด งอนเองเครียดเอง ฮ่าๆๆๆ
ขนาดเคลียร์ไปแล้ว ยังไม่รู้กันเลยว่างอนเรื่องอะไร ฮ่าๆๆ
แย่จัง
ทรายคิดถึงพี่โต๋ที่สุดเลย จุ๊บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
กอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หอมๆๆๆๆๆจุ๊บๆๆๆ October 20 ผ่านมาผ่านไปวันนี้ก็วันศุกร์แล้วนะ
เมื่อเทอมที่แล้ว เราเป็นกลัววันศุกร์
ถึงวันศุกร์ทีไรจะปวดหัว ตัวร้อน อยากอ้วก
จนเพื่อนๆเริ่มระอา
จะไม่ให้กลัวได้ไง ทุกวันศุกร์ต้องเรียนวิชา hematology (โลหิตวิทยา)
ซึ่งต้องผลัดกับเพื่อนแลกกันเจาะเลือด
สำหรับเราไม่เท่าไรหรอก เจาะได้สบายมาก
แต่ได้คู่ของเราอ่ะดิเป็นผู้ชาย
และเจาะไม่เคยได้เลือดเราเลย
เคยโดยวันเดียวสามรู และเป็นหลอดสุญญากาศพร้อม
คือหลอดสุญญากาศเนี่ย ถ้าเราเจาะมันจะดูดเลือดเราเองอ่ะ ไม่ต้องใช้เเรงดูด
แต่ถ้าไม่เจอเลือดมันก็จะดูดเนื้อเราแทน เหอะๆ
คิดดูล่ะกันดูดเนื้อเข้าไปในปลายเข็มซึ้งไม่เล็กเท่าไร
เจ็บชะมัด สามรูเลยนะ
ทำไมวันศุกร์มันไม่ศุกร์สมชื่อเลยนะ
น่าเบื่อจริงๆเลย เฮ่อ มาบ่นแค่นี้แหละไปดีกว่า
คิดถึงพี่โต๋จัง ถ้าอยู่ใกล้ๆจะจับหยิกแก้ม มับๆ
ตอนนี้พี่อยู่บ้านคนเดียว
พี่เค้าเหงาน่าดูเนอะ แต่อย่าริไปหาสาวอื่นอ่ะ
หึงนะเฟ้ย ไอ้ตัวแบน ไปล่ะ จุ๊บๆๆ October 19 ความฝันคุณเคยมีความฝันไหม?
ยังจำได้ว่าความฝันครั้งแรกคือเป็นครู ตอน ป.6
เป็นดาราตอน ม.1
นักวิทยาศาสตร์ และนักจิตวิทยา ตอน ม.2
เป็น นักจิตวิทยาอีกเช่นกัน ตอน ม.3
เป็นนักชีววิทยาเพราะเรียนติดอันดับ 6 ของ รร จาก 600 กว่าคน ตอนม.4
(เก่งมากๆเลย ตู ในความคิดตัวเองตอนนั้น)
วิศวกร ตอน ม.5 และ ม.6 (เพราะครอบครัว วิดวะ)
สุดท้ายก็จบที่เทคนิคการแพทย์ตอน มหา'ลัย
คุณเชื่อในการหักเหของชีวิตไหม
หลายคนไม่เคยหักเห
แต่ฉันหักเหทุกมุมชีวิต
ไม่เคยได้ทำอะไรตามที่วางแผนอะไรเลยทุกช่วงชีวิต
ฉันสังเกตว่าชีวิตของฉันมักจะต้องเริ่มใหม่คนเดียว
ไม่มีเพื่อน หรือ คนรู้จัก เลย
บางคนชอบว่าฉันใฝ่สูง หรือ แหวกแนว
แต่ฉันคิดว่าที่ฉันไม่ทำแบบคนอื่น
เพราะไม่อยากเป็นแบบคนอื่น
"ตัวฉันชีวิตฉัน ใครจะทำไม"
ฉันไม่สนใจว่าใครจะมองฉันยังไง
เพราะเค้าไม่ได้เป็นคนที่อยู่กับฉันตลอด
ดังนั้นฉันเลยเป็นคนยอมคน ไม่เอาเรื่อง
( เมิงคิดไงช่างเมิง กูไม่สนใจ)
แต่ถ้าเป็นคนในครอบครัวแล้วฟิวส์ขาดง่ายเชียวแหละ
ทำไมคนที่อยากให้เข้าใจ ไม่เข้าใจตูเลยหว่ะ
นี้คือนิสัยที่ดีและไม่ดีในคนๆเดียว
กลับมาเรื่องความฝัน
นอกจากอนาคตของตัวเองแล้ว
ฉันยังฝันอีกหลายอย่าง
อยากไปเที่ยวเมืองนอก
จำได้ว่าสมัย ป.5 อยากไป ฮอล์แลนด์มากๆ
ไปยืนที่ร้านหนังสือ ดูรูปประเทศฮอล์แลนด์เป็น ชม ๆ
ทุกๆอาทิตย์ จนกระทั่งเรียน ป.6 หรือ ม.1 นี่แหละจำไม่ได้
ตอน ม.1 ตัดสินใจบอกแม่
แม่น้องทรายอยากไปฮอลแลนด์ ทรายอยากไปเที่ยว
ทรายอยากใส่รองเท้าไม้
ทรายอยากดูกังหัน ทรายอยากเห็นรูปของแวนโก๊ะจริงๆ
แม่หันมาบอกว่า ฟันเฟื่อง
ความรู้สึกตอนนั้น ซ๊อก
ฮอล์แลนด์คงไกลตัวเราไป
เราเริ่มหันเหมามองเมื่องใกล้ๆตัว ลาว พม่า เขมร
แม่เริ่มจะท้อใจกับจินตนาการของไอ้บ้านี่แล้ว
แม่บอกมาว่า ถ้าเรียนจบอยากไปไหนก็ไป
หรือถ้ามีเพื่อนไป มีตังค์ไป ก็ไปสิ
ไอ้ทรายได้ใจ เราเอาหนังสือมาอ่าน
เอ๋ เราจะไปที่ไหนดีนะ
กินน้ำเต้าหู้ที่เซ็นเตอร์พ้อยด์ เวียงจันทร์
หรือไปหลบระเบิดที่ นครวัดดี
แต่ตอนนี้มาพบความจริงว่า คงเป็นไปไม่ได้
เราไม่มีทั้งเงินและเพื่อนจะไป
ความอิจฉาก่อเกิดในจิตใจตัวเองทนที
เกิดมาเราไม่เคยอิจฉาใคร
ความรู้สึกนี้แปลกๆเนอะ เห็นคนอื่นเค้ามี แต่ เราไม่มี
มันรู้สึกแปลบๆ ทำไมเราไม่มีแบบเค้าบ้างหนอ
ความรู้สึกที่อยากเป็นเค้า ฉันใช้ชีวิตแบบเค้า
เฮ่อ
มานั่งทบทวนตัวเองเหมือนกันนะ
กูเรียนไปเพื่ออะไรเนี่ย
กูอยากได้ตังค์ไปทำไม
ทำไมกูต้องทำงาน
คำตอบที่ได้คือ กูอยากเที่ยว
แล้วถ้ากูได้เที่ยวเนี่ย มันจะตอนอายุสักกี่ขวบหว่ะ
ปานนั้นกูจะมีแรงลากกระเป๋า
มีแรงเดินขึ้นเขา หรือ มีแรงพะยุงตัวเองไม่ให้ล้มในน้ำทะเลได้ไหม
คิดไปแล้วสลดหว่ะ
สงสัยเราต้องมองโลกใบใหญ่ผ่านรูปภาพ
สูดกลิ่นโอโซน กลิ่น หญ้า กลิ่นทะเล ผ่านน้ำหอมปรับอากาศในห้องน้ำ
ฟังเสียงคลื่นทะเลผ่านทีวี
รับไอหมอกยามเช้าจากควันรถ
อาบแร่น้ำร้อนจากเครื่องทำน้ำอุ่น
หรือกระทั่งสปาในบ้านตัวเอง
ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ กระเสือกกระสนดีเนอะคนเรา
จบดื้อๆแหละ ไปล่ะบายๆ
October 15 ค่ายกาญจน์ หัวหิน และ ลำปางช่วงนี้ชีพจรลงเท้าจริงๆ หลังจากไม่ได้อัพสเปซมาเป็นชาติกว่าๆได้
หลังจากสอบ ก็ชวนพี่โต๋ไปดูหนังซะงั้น (สอบเป็นเดือนนะค่ะ ขอเวลาพักผ่อนกันแฟนตัวเองบ้าง)
ไปดูเรื่องสิบสาม เหอะๆ ก็สนุกดีนะ แอบหักมุมเล็กๆ
แล้ววันศุกร์เราก็ไปดู เดทโน้ตกัน เหอะๆ อุตส่าห์โปรโมตไอ้เจ้าตัวดีว่าสนุกหนักหนา
พอไปดูก็งั้นๆ ไอ้ทรายแอบหลับอีกต่างหาก
( สะกิดๆ พี่โต๋ยืมไหล่หน่อยแป๊ปหนึ่ง ว่าแล้วก็คร๊อกกกกกกก)
วันต่อมาก็ช่วยไอ้หมิวพิมพ์ชีทสอนที่ค่ายกาญจน์ เหอะๆ เหนื่อยมากมาย
วันต่อมาก็ไปค่าย ได้ข่าวว่ารถออกบ่ายโมงตรงเอาเข้าจริงๆ บ่าย2
รถแอร์ มีพี่ 15 คน จากน้องเกือบร้อย
รถคันนี้ไม่มีคำว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง ไอ้ทรายอยู่ปีสองสามารถพูดกูมึง กะ ปีสามได้
คงเพราะเคยทำงานด้วยกันมั้ง
แอบร้อนๆหนาวๆ เพราะว่า ที่ๆจะไปก็จากที่ทราบจากค่าย1 แล้วว่าผีดุ
ก็ได้แต่ภาวนา กรูต้องไม่เจอๆ
ก่อนหน้านี้ก็กระแซะๆที่รัก มาเที่ยวค่ายเป็นเพื่อนหน่อยดิ นะ นะ
คือในความคิดไอ้ทราย มาค่ายคือการเที่ยว
ไหนๆมาเที่ยวตูขอ ใช้ให้คุ้มได้ไหม ลากเพื่อนลากแฟนมาทรมาน
แต่ข้อความที่ได้คือ
" น้องทรายไปเถอะ พี่ขอดูก่อน" จ๋อยเลย
( ง่ายๆคือกูไม่ไปเมิงไปเหอะ)
ณ ค่าย ค่ายนี้สอนอะไรมากมายให้เราเลย ทั้งเรื่องระบบรัฐศาสตร์
ทั้งการกระจายอำนาจ การประณีประนอมคน และนกสองหัว
คนอื่นมาค่ายยังไงเราไม่ค่อยสนหรอกนะ แต่เราอยากมาดูคนมากกว่า
แล้วก็ได้ดูสมใจอยากเลย
ค่ายนี้เราประกาศจุดยืนของตัวเองว่า ไม่วาจะยังไง เราขอเป็นกลาง
เรื่องไหนใครถูก เราว่าถูกเราจะอยู่ตรงนั้น ใครผิดเราก็จะบอกว่าผิด
ไอ้ทรายเลยกลายเป็นที่พักใจของผู้มีอำนาจผู้ยิ่งใหญ่ในค่ายซะงั้น
ไอ้แฟร์ ไอ้ก้อง พี่ช้วน
เราเข้าใจเหตุผลทุกคนเลยนะ แต่ว่าบางอย่างเนี่ย เราจำเป็นต้องมีการตัดสินใจเพื่อที่จะหาทางออกที่ดีที่สุด
และไอ้วันก่อนกลับนี้ก็เกิดเรื่องจนได้
เหอะๆ โชคดีว่ามีแอบเซอร์ไพร์สจากพี่โต๋ว่าจะมารับกลับก่อน
ไม่งั้นเราคงไม่กล้าทำอะไรหลายๆอย่าง
เรานี่เองแหละคนที่กูขออยู่ตรงกลาง
แต่ก็ทำให้ไฟในค่ายร้อนขึ้น
วันนั้นเกิดปากเสียงทะเลาะระหว่าง ไอ้สามอำนาจข้างบน ยังมีบอลอีกคน
ซึ่งคนหลังกลายๆ จะเป็นตัวประสานเหมือนเรา
เกือบชกกันไปหลายรอบเลยละมึง
บทละครเจ้านำตาก็ตกที่กูอีกจนได้ ให้ตายเหอะ
ถึงก้องกับพี่ช้วน ทรายไม่ได้เสียใจในเรื่องที่เกิดขึ้น ว่าพี่ว่าอะไรทรายหรอกนะ
แต่ทรายเสียใจที่ทำให้พวกเราแตกความสามัคคี
ก้อง จะกลับกรุง พี่ช้วนก็จะกลับ แล้ววันพรุ่งนี้ทรายก็จะกลับ
ทรายสงสารแฟร์ สงสารหมิว
แต่ผลสุดท้าย ทุกอย่างลงเอยด้วยดี ก้องกลับในวันรุ่งขึ้น แต่พี่ช้วนอยู่ต่อ
ไอ้หมิวแอบกระซิบว่า เอาไอ้ก้องกลับไปก็ดี ค่ายสบายขึ้นเยอะ
วันสุดท้ายที่ค่าย เราก็นั่งทำครัวเหมือนเดิม
พี่โต๋มาถึงประมาณ 11 โมง เกือบเที่ยง
แล้วเราก็ไปจากที่นี่กัน
ในค่ายอยากจะขอบคุณน้องตั้ม น้องเป็นผู้ใหญ่กว่าที่พี่คิด
ต่อไปอนาคตน้องยาวไกลแน่พี่มองๆไว้ล่ะ
น้องโจ้ที่ช่วยพี่ปอกกระเที่ยมปอกหอม ( อาจารย์ใช้กรูทำอย่างนี้คนเดียวเลย ติดใจอะไรกูเนี่ย)
แม่งเม้าท์เรื่องมันแต่ล่ะเรื่อง ประจานตัวเองชัดๆ โครตซกมกเลยแก
น้องเอที่ช่วยหันหมู (กูไม่อยากทำเลย แม่งๆ แต่ขอบคุณที่น้องมาช่วย ช่วยพี่ได้มาก)
อ๋อไอ้เอ แกอ่ะแอบด่าฉันนะ ไอ้คำว่าพี่ก็งี้ตลอดอ่ะ( เน้นเสียงตอนท้าย) หมายความว่าไง
คนมันจะร่าเริงบ้างไม่ได้เหรอ ชีวิตเกิดมาเพื่อมีความสุขไม่ใช้ทุกข์
ทุกข์แล้วต้องยิ้มออก เพราะสิ่งดีๆจะตามมา ยิ้มรอสิ่งดีๆไม่ดีกว่าเหรอ
พอกรูร้องไห้เสร็จก็ยิ้มเลย พรุ่งนี้แฟนมาหา อิอิ
ยังมีใครอีกมากมายเลย น้องไก่ น้องนาว น้องป่าน น้องกี๋ ไอ้เอื้อ น้องจา ไอ้เปิ้ล น้องแมน น้องตั้ง มากมายจริงๆ
น้องๆค่ายอีก
เพิ่งรู้ว่าตัวเองก็เป็นขวัญใจน้องหลายๆคน อิอิ
วันต่อมา โดนพี่โต๋ลากไปหัวหิน
ก็สวยดี สวยมากๆ ทะเลอ่ะไม่เท่าไรหรอก
แต่มันมีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันมากกว่า สุขลึกๆ
สุขแบบบริสุทธิ์ๆนะ พวกแกไม่ต้องคิดทะลึ่ง
แอบรู้สึกผิดกะหมิว แต่แบบ เฮ่อ
ปัญหามันอยู่ไอ้คืนเกิดเรื่องอ่ะแหละ
ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม
ซื้อใจน้องได้กลับถูกทำลายป่นปี้เลย
เหนื่อย น้อยใจ
ช่างเหอ ตอนนี้อยู่ลำปางล่ะ พักกายพักใจ พักสมอง
แล้วกลับไปลุยใหม่ สู้ๆ
June 19 การโกหกทำไมคนเราต้องโกหกกันด้วยอ่ะ
สงสัยจริงๆ
ทุกวันนี้ชีวิตเราวกวนกับการโกหกมากมาย
อย่างน้อยก็การเข้าห้องเชียร์
พูดจริงๆเลยว่า การพูดตรงๆ จะมีผลดีกว่าการโกหกอีก
ถ้าเลือกระหว่างการพูดความจริง กับการโกหกให้สบายใจ
พูดได้เลยว่าฉันเลือกการพูดความจริงดีกว่า
เพราะการที่เราถูกโกหกทั้งๆทีรู้ว่า มันต้องโกหกเราแน่ๆอ่ะ
มันอึดอัดใจนะโว๊ย
(ทำไมมันต้องโกหกเราด้วยฟ่ะ)
การพูดความจริงตรงๆ ยังไงฉันก็ให้อภัยหว่ะ
แต่ให้มาตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ
แค่สองครั้งฉันก็ขอจอดแล้ว
แม้ว่าฉันพร้อมที่จะฟังเหตุผลก็ตามเหอ
ฉันเกลียดคนโกหกหว่ะ
ถึงโกหกเพื่อความสบายใจก็ตาม
ถ้าฉันจะตาย ก็ช่วยบอกฉันตรงๆ ว่าแกกำลังจะตาย
อย่าโกหกว่า ไอ้ทรายแกยังสบายดีอยู่ อย่าคิดอะไรมาก
เพราะนั้นแหละเป็นคำพูดที่ทำให้ฉันคิดมาก
ยังมีหลายอย่างที่ฉันยังไม่ได้ทำนะโว๊ย
ถ้าฉันรู้ว่าเวลาของฉันเหลือน้อย
ฉันจะได้ทำมัน ไม่ลังเลอย่างนี้ เฮอะ
เจ้ากรรม ทำไมน้ำตามันไหลง่ายอย่างนี้ฟ่ะ
ฉันเป็นอารายเนี่ย
ช่วยนี้อะไรกระทบนิดกระทบหน่อยน้ำตาฉันก็ไหลแล้วอ่ะ
เป็นอะไรไปหนอ
เข้าห้องเชียร์ น้องไม่รู้จักเพลงมหาจุฬาลงกรณ์ น้ำตาก็ไหล
ตอนที่พูดเรื่องพวกปีสอง ที่ยังรอน้องเป็นน้อง น้ำตาก็ไหล
โดนทำโทษน้ำตาก็ไหล
คิดถึงเรื่องการโกหก น้ำตาก็ไหล
คิดถึงแม่น้ำตาก็ไหล
ทำไมตูอ่อนแองี้หว่ะ
ตอนนี้
เข้าใจหัวใจของคนบ้ากิจกรรมแล้วว่าทำไมไอ้พวกนี้
แม่ง วันๆทำแต่กิจกรรม ไม่อยากอยู่เฉยๆบ้างเลยเหรอ
เข้าใจแล้วว่า คนพวกนี้มันต้องการหาอะไรสักอย่างมาทดแทนความรู้สึก
เราเองก็เหมือนกัน
มันต้องหาอะไรมาทดแทน
จะมีใคร ที่เข้าใจเราไหมนะ ไอ้ความรู้สึกที่ไร้ตัวตนอย่างนี้อ่ะ
เครียดโว๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย
ติดต่อพี่โต๋ไม่ได้เพราะพี่โต๋ปิดเบอร์มือถือที่เยอรมันไปแล้ว
เฮ้ออออออออ
เจ้าตัวแบนจะเป็นไงบ้างหนอ - -a
กลับมาจะได้เจอ คุณท่านไหมเนี่ย เล่นออกเดินสายเที่ยวซะงั้น
แง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆ
คิดถึงเฟ้ยยยย แฟนบ้า มาให้เห็นหน้าหน่อยเดะ กระซิกๆ
ย้อนไปอ่านข้างบน
กรูพล่ามอะไรหว่ะ June 18 ของขวัญหลังห้องเชียร์จบช่วงสามอาทิตย์นี้ง่วนๆกับการทำห้องเชียร์ ไม่ค่อยได้โทรกลับบ้านเพราะกว่าจะกลับก็ดึกมากแล้ว ได้ข่าวว่าแม่เราหลับสามทุ่ม โทรไปก็โดนด่าจิ อยู่มาบุญครองสามทุ่มยังโดนด่าเยย
การทำห้องเชียร์ ( ความจริงไม่อยากนึกถึงมันเลย ให้ตายเหอะโรบินส์ )
ตอนแรกเรานึกว่ามันจะง่ายๆ แค่ไซโคเด็ก ให้เด็กๆรู้จักกัน แล้วก็ให้เด็กสามารถทำตามคำขวัญทั้งห้าของจุฬาฯได้ แล้วไหนจะหลบนักข่าวอีกต่างหาก
ภ้าเกิดอะไรขึ้นกะเรา ขอ ข้าวผัดกับชาเขียวนะ ไม่เอาโอเลี้ยง - -"
แล้วจะบอกว่า น้องๆปีนี้ เอ่อคือ จะว่าอะไรไหมถ้าจะบอกว่าน้องๆอ่ะความรู้สึกช้ามาก ๆ อะไรหว่ะ เวลาว่าอะไร ไม่รู้สึกอะไรสักอย่าง
ขนาดพวกพี่ๆ ( พวกฉันเอง) ต้องโดนทำโทษเพราะน้องๆ ถ้าคนที่ผ่านห้องประชุมเชียร์มาอย่างโชกโชนแล้วก็ต้องรู้ว่า ต้องขอรับโทษแทนพี่ แต่นี้ไม่คะ นั่งเฉยๆ บางคนกลับยิ้มที่มุมปากซะอีก น้ำตาเจ้ากรรมมันก็ไหลมาจากไหนไม่รู้เป็นห่าฝน
" น้องไม่รักพี่เลยเหรอ ที่พี่ทำไปมันไม่ซึมเข้าถึงจิตใจน้องๆเลยเหรอ"
แล้วก่อนหน้านี้ที่เรากับพี่ฝ้ายโดนกระแส นั้นก็ทำให้เราเสียน้ำตามามากมาย เฮ่อ ห้องเชียร์นี้มีแต่น้ำตา กับ น้ำตา จริงๆ
เพื่อนเวร ( ไอ้หมิวกะไอ้โอ๋ ) มีการบอกว่า อย่าเสียใจเลยมึงอย่าน้อยมึงก็ได้ซบพี่รหัสมึงนิหว่า โห๊ยเวร (บอกรอบที่ร้อย) จังหวะนั้นตูไม่คิดอารายเลยโว๊ย แค่พอเห็นหน้าพี่รหัสปุ๊บความรู้สึกที่อัดอั้นมันพุ่งขึ้นมา แบบ ตูไม่ไหวแล้ว แง๊ๆๆๆๆๆๆ
( อ๋อ พี่รหัสเป็นประธานเชียร์ค่ะ แล้วเพื่อนๆเค้าบอกว่าพี่รหัสหนูหล่อ แฮะๆ)
แต่เรื่องตลกในห้องเชียร์ก็มีหลายอย่างนะ มันเป็นเรื่อง feed back อ่ะ อย่างเช่นว่า ทำไมพี่เชียร์หน้าเด้งกันจัง โดยเฉพาะพี่ทรายกะเจ๊แป้ง อุอุ
ขนาดโป๊ะแค่ตอนเช้านะเนี่ย แสดงว่าเครื่องสำอางมีคุณภาพ
ดิฉันใช้ Oriental Priecess ค่ะ
แล้วก็มีการจับคู่ฉันกับพี่เชียร์อีกคนหนึ่ง ซึ่งจะบอกว่า เอ่อ น้องค่ะ หาคนที่ดีกว่านี้ให้พี่ไม่ได้เหรอค่ะ แฮะๆ พูดเล่นค่ะ คือพี่เค้าก็ดีอ่ะนะ แต่พี่มีแฟนแล้วค่ะ ฮ่าๆๆ
การทำห้องเชียร์ ก็มีข้อดีเหมือนกันนะ อย่างน้อยเรารู้สึกว่าเรานิ่งมากขึ้น
ไม่รู้ทำได้ไงเหมือนกัน สามารถไมยิ้มไม่หัวเราะได้เลย แถมพูดจา กระแนะกระแหน่ เก่งมากขึ้นด้วย คนอื่นเค้าสอนน้องๆแทบตาย ไอ้ทรายก็กระแนะกระแหน่อย่างเดียว
รุ่นเอาไปทำไมค่ะ ไปทำเสื้อเหรอ
โอ๊ยได้รุ่นแล้วเหรอค่ะ จะทำเสื้อรุ่นแล้วอ่ะ
ฯลฯ
(เรื่องรุ่นจะเล่นบ่อยหน่อย เพื่อนๆ รีเควส)
ตอนลำบากในที่สุดคงเป็นตอนเรียนคอม ซึ่งต้องเรียนกะปีหนึ่ง
โอ๊ว ก๊อต ตายๆ ๆ ๆ
ชุลีปรางนั้งหน้าสุด ตั้งใจเรียนสุดๆ (กระเดะสุดๆ)
หันไปมองเพื่อนข้างหลัง
ไอ้น้องข้างหลังก็ไหว้ตูอยู่นั้นแหละ
พี่ครับ หวัดดีครับ ๆ
เอ่อคุณไหว้ดิฉัน หลายรอบแล้วค่ะ ดิฉันรู้แล้ว
( กลั้นยิ้มแทบตาย)
ไอ้คนน่ารักก็น่ารักใจหาย ไอ้น่าเตะ ก็สุดๆ
ยิ่งพวกกลุ่มน้อง...
วันไหว้ครู แม่งนั่งเล่นตบแปะต่อหน้าตู
อึ๊ยยยยยยยยยยย คุณไม่เคารพครูดิฉัน แต่กรุณาให้เกียรติท่านด้วยสิค่ะ
คุณไม่รักแต่ฉันรักนะค่ะ
ว่างๆ จะมาอัพเรื่องห้องเชียร์ต่อ
แต่ตอนนี้แค้นคณะหนึ่งมาก ที่รับน้องโดยการให้น้องผู้หญิงมาส่องห้องน้ำชายที่ตึก cup4 ตึกของสหเวช แล้วพอมีคนเดินผ่านมา ให้ตะโกนว่า หนูเรียนสหเวชคะ
มึงตาย คณะนี้ แม่ง เกลียดเลย หลายเรื่องแล้วนะเมิงงงงง
เวลามีอะไรก็โยนให้คณะฉัน
คณะฉันดิฉันรักนะค่ะ เลวววววววววว
ไปแล้วดีกว่าเดี๋ยวรมณ์ขึ้น
ลืมไปเลย ของขวัญหลังห้องเชียร์จบคืออะไร นั้นคือ
ที่รักฉันกลับมาแล้ว เย้ เย้ คงเป็นของขวัญที่ดีที่สุดเลย
หลังจากเสียทั้งน้ำตา ความรู้สึก และทกอย่างในช่วงห้องเชียร์
ดีใจจัง
May 21 AT LAMPANGตอนนี้อยู่ที่ลำปาง แอบหงุดหงิดนิดหน่อยที่ฝนตกทั้งวัน เสื้อผ้าก็หอบมาน้อย เกือบจะไม่มีใส่อยู่แล้ว ( ขี้เกียจแบกมา ) กลับบมาถึงบ้านเลย สิ่งแรกที่ทำคือเข้าร้านทำผมไม่เล็มผมออกนิดหน่อย เกิดอาการหงุดหงิดกับผมแตกปลาย ต้องให้พี่ช่างเล็มๆให้ พี่ช่างคนสนิทดันถามว่า ไปทำไรมาทำไมอ้วนขึ้นเยอะจาง เวงกรรม เพิ่มอาการหงุดหงิดเข้าไปใหญ่เลย
หน้าฝนเป็นฤดูกาลที่หงุดหงิดง่ายนะ เพราะมันเฉอะแฉะ อาหารชื้นๆ ผ้าที่ตากไว้ก็แห้งช้า ไม่พอยังมีกลิ่นอับๆ เป็นเครื่องเตือนใจอีก ( หึหึ ไงล่ะ ตอนแกตากฉันนะ ฝนมันตกนะเฟ้ย ตอนไม่ตกก็ไม่ซัก มีกลิ่นอับเลย สมน้ำหน้า)
เค้าว่ากันว่าเวลาหน้าฝน คนเรามักจะเหงา เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมเมื่อถึงหน้านี้ทีไร มันชักจะเหงาทุกที ลมพัดมาเย็นๆ อากาศครึ้มๆ ดูไม่สดใสเลย ไม่รู้ว่าคนทางโน้นเค้าจะเป็นไงบ้างหนอ จะเหงาเหมือนเรารึเปล่านะ เหอะ ๆ ( ท่าทางคงมันส์หยดอ่ะ ได้ข่าวว่าจะจบแล้ว เที่ยวให้เต็มที่ละกันนะ ตาแก่ เด๋วกลับมาทำงานงกๆ ตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต แล้วจะมาบ่นว่า ยังเที่ยวเต็มที่ไม่ได้นะจ๊ะ )
เมื่อวานไปฉีดยามา ไปฉีดป้องกัน hapatic b พี่พยาบาลโครตใจดีเลย ฉีดเบามาก ไม่เจ็บเลยอ่ะ หรือว่าเราไขมันเยอะว่ะ เลยไม่รู้สึกว่าเจ็บ แล้วช่วงจันทร์อังคาร พี่เค้านัดมาฉีด hapatic a แล้วอีก 1 เดือนมาฉีดซ้ำอีกอย่างละเข็ม แล้วอีก 6 เดือน มาฉีด Hap b อีกครั้ง แล้วก็ มาเจาะ เลือดตรวจภูมิอีกครั้ง เวงกรรมๆ สรุปแล้วฉันต้องเจาะอีก 5 ครั้งเหรอเนี่ย ไอ้ฉีดไม่เท่าไรนะ เพราะฉีดที่กล้ามเนื้อ แต่ไอ้ตอนเจาะอะดิ แม่จ๋า ช่วยน้องทรายด้วย น้องทรายไม่อยากเจาะอีกแล้ว น้องทรายกลัว แง๊ๆๆๆๆๆ ( จะมากลัวเข็มก็ไอ้ตอนไปทำวิจัยกะพี่ๆ นี่แหละน้า ) แง๊ๆ ไม่อยากเจาะ ไม่อยากเจาะ ทำไงดีๆ กลัว อ่ะ ( พูดจริงๆนะเนี่ย น้ำตาจะไหล แง๊ๆ เค้ากลัวจริงๆนะ)
เมื่อวานนัดเจอเพื่อนๆ ไปดูการแสดงของเด็ก มช ด้วยกัน ก็ชอบอ่ะนะ เต็ม 10 ให้ 7 ครึ่งเลยอ่ะ จะขอติก่อนนะ คือ ที่ไม่ชอบอ่ะ อาจจะเป็นตีมที่นำเสนอในบางการแสดงอ่ะ มันเน้นเรื่องเพศไปหน่อยอ่ะ คือ มันไม่ได้ออกมาดูสวยเท่าที่ควรจะเป็นอ่ะ คือ ถ้าจะออกมาให้สวยมันต้องมีกั๊กๆ ไว้อ่ะ คือเหมือนจะทำ แต่ไม่ทำอ่ะ แต่นี้เล่นโชว์ออฟสุดๆอ่ะ มันเลยออกมาไม่ธรรมชาติอ่ะ ที่ชอบคงเป็นเอฟเฟล็ก แสง เสียง ทำออกมาค่อนข้างดีเลยอ่ะ รู้สึกว่ามันสัมพันธ์กันดี จังหวะ รับส่ง โอเคเลย ส่วน การแสดงละครอ่ะ ก็โอเคนะ ไม่ถือว่าดีมาก เนื้อเรื่องไม่ค่อยโดน แต่แอคติ้งของนักแสดงจัดว่าใช่ได้เลย อืม ไม่อยากวิจารย์มาก เพราะเราก็ยังทำไม่ได้ โดยรวมออกมาดีๆ ชอบๆ โดยเฉพาะบุษบา ที่ทุกปีจะแสดงออกมาในเรื่องบนเตียง แต่ปีนี้กลับแสดงออกมาได้โครตน่ารักอ่ะ ไม่น่าเกลียดเลยอ่ะ มีการเองเพลง เด็ก ๆเกาหลีมาประกอบ เเล้วเต้นแบบอาโนเนะ หืมมมมมมมม ไม่ชอบไม่ได้แล้ว
วันพรุ่งนี้จะไปเยี่ยม รร ล่ะ ไม่รู้ว่าอาจารย์เป็นยังไงกันบ้าง คนถึงอาจารย์คนมากๆเลย เฮ้อ ชักไม่อยากกลับ กทม แล้วสิ
อยู่บ้านดีกว่า ไปล่ะ บายๆ
พี่โต๋จ๋า ทรายคิดถึงพี่โต๋มากเลย เมื่อไรพี่จะกลับมาเมื่องไทยอ่ะจ๊ะ ช่วงนี้ทรายจะเริ่มวุ่นกับการเปิดเทอมแล้ว ทรายกลัวจะไม่มีเวลาให้พี่เลย ทรายอยากให้พี่กลับมาเมืองไทเร็วๆจัง รักษาสุขภาพนะ ร๊ากตัวแบนที่สุดในโลกเลย ว่าจะโทรหาเมื่อเช้า ไม่ได้โทรหาเลย งุงิๆ ขอโทษนะ ช่วงนี้พี่เสียตังค์โทรหาทรายมากมายเลย งืมๆ รีบกลับมาเร็วๆนะ May 13 จะกลับลำปางเฟ้ยยยยเรียนเพื่อนๆ ทุกคน เนื่องจากในวันที่ 18-24 นี้ นส ชุลีปราง จะเดินทางกลับไปบ้านเกิด และจะรีบกลับมาให้ทันการรับน้อง จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ไอหมิว ฉันจะฝากบัตรนิสิตไว้ที่แกนะ ให้แกรับ CR 74 แทนฉัน จะฝากใบมอบฉันทะไว้ให้ อยากกลับบ้านหว่ะ ไม่ไหว แล้วอ่ะ คิดถึงบ้าน พอดีแม่มาพอดี เลยติดกลับๆแม่ซะเลย แล้วจะเอาหนมมาฝาก ตอนนี้ขอชะวับกลับบ้านก่อนล่ะหว่ะ
คิดถึงห้องเชียร์ คิดถึงบ้านแคมบิด คิดถึงบ้านคุ้ม(เต็มซวย) คิดถึงพี่รหัสพี่ออฟ พี่เอฟ คิดถึงเพื่อนๆ เจ๊กวาง ไอ้หมิว แนน บอล ต้น เจ๊นัท เจ๊ส้ม จั๊ด ใหม่ นะโม และ หลายๆ คน ลืมไปแล้ว คิดถึงพี่เชียร์ พี่มีน พีปุ้ย พี่ดอลลี่ พี่เอก คิดถึงเพื่อนๆแคมบิด ฮั้ว จิตวิดยา กิ๊กนิเทศ โยวิดวะ นุ่น สัดแพด พี่ณุวิดวะ ปิ๊ง บันชี (คนสงสัยว่าทำไมเราสองคนสนิทกันจัง เหอๆ เด็กคุ้มเต็มซวย ) และหลายๆคน ถึงไม่สนิท ขอโทษหมิวที่ทำให้แกโดนมองในแง่ร้ายว่าบ้า ถึงฉันจะไปบ้านแต่ไม่กี่วัน แต่ก็สามารถทำให้คนเปลี่ยนมุมมองในตัวแกได้ ฉันภูมิใจจัง ( ไอ้หมิวแม่งบ้าหว่ะ << เสียงคนซุบซิบนินทา ) ไอ้ทรายโดนมองว่า ร่าเริง อิอิ ( จริงๆ แล้ว มองว่า อีนี่บ้า ตูจะไม่ส่งลูกไปเรียนสหเวชชชชชช ฉันทำคณะ เสียชื่ออ่ะแกกกกกกกก ) ขอโทษคะ หนูเรียนประมงจุฬาฯ ก๊ากๆๆๆ มีใครบางคนเชื่อด้วยอ่ะ ว่าจุฬาฯ มีคณะประมง สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ เชื่อฉันด้วยอ่ะ น่าสงสารจริงๆ แสดงว่าตูแอบเนียน
ว่าจะไปสมัคร AF ลืมเลย ไปสมัคร Big Brother ดีกว่า โหดดี
คิดถึงคณะสหเวช เล็กๆแต่อบอุ่น (จนร้อน) คิดถึงพี่เมด ( รึเปล่า ) เย้ยยยยยยย ไปดีก่า รังสีมาคุ พี่เมดแรง อิ้ววววว May 12 เพลงครีเอทสร้างสรรค์เพลงนี้โดยเด็กสหเวช นิเทศ และจิตวิทยา
นิเทศ สหเวช และจิตวิทยา
จิตวิทยา สหเวช และนิเทศ
เรียนไปเรียนมาแปลงเพศ
เพราะเรียน นิเทศ สหเวชและจิตวิทยา
มุขเลี่ยวๆ จากการคุยกะเพื่อนๆวันนี้
พี่ค่ะๆ ขอตังค์บาทหนึ่งได้ไหมค่ะ
จะโทรไปบอกคุณแม่ว่าเจอเนื้อคู่แล้ว งุงิๆ
อู้ยปวดท้องโรคกระเพราะจังเลย กระ เพราะ ว่า รัก เธอ ไง อิ้วววว
ระวังๆ นะค่ะ ระวังลื่น ก็หัวใจเราละลายอยู่ตรงนั้นง่ะ
เธอมีน้ำมันไหมอ่ะ จะยืมมาใช้ทอดสะพานหาเธออ่ะ
เอ่อ มีเธอ ซื้อส้มให้เราสักผลได้ป่ะ จะได้มีเยื่อใยให้กันไง
อู้ยผึ้งอ่ะ พึ่งรู้ว่ารักเธอ อิ้วว
เด๋วมาอัพต่อ นึกไม่ออก
May 10 เย็นสัน กลางวันว๊าก สองวันมานี้ก็ ไปช่วยไอหมิวสันบ้าน เพราะว่าไอ้หมิวบอกว่า มีสันโต้กะโจ๊ะเด๊ะ ศึกศักดิ์ศรีสหเวช ที่คนที่สันแรงที่สุดต้องมาเจอกัน ก็ไปช่วยๆ มันทั้งๆที่สันไม่เป็น เราเลยจัดการสันท่าของสหเวชไปซะงั้น ใครมาท่าไรตูไม่สนใจตูจะสันสหเวช
พอสันเสร็จ ติดใจ เอ้ย สนุกดีหว่ะ เล่นต่อเพลงกะฮั้วจิตวิทยา กะ ไอหมิว และ นุ่นสัตวะ ไปกินข้าวกันต่อที่สามย่าน มีเรื่องตลกหว่ะ กะลังเต้นๆอยู่ดีๆ ไอ้พีร์แพทย์เดินเข้ามาถาม อยู่บ้านเราใช่ไหม เราพีร์นะ แล้วนี้ม่อน เรียนสหเวช ฉันก็งงๆ เอ่อ มาไม้ไหนหว่ะ ฉันก็ตอบไปว่า นี้นุ่นสัตวะ นะ แล้วเราทรายสหเวช มันก็ทำหน้าเหรอหลา แล้วฉันก็เข้าใจทันทีว่า มันบอกทุกคนว่ามันเรียนสหเวช เวง
ฮั้ว พูดได้คุยกันแล้ว ตลกดีหว่ะ ชอบๆ ตอนแรกนึกว่าจะเป็นเหมือนอีกระเทยปริ๊น คณะฉัน (อยากรู้มันเป็นไงถามเด็กสหเวช) ไปๆมาๆ กลับคุยกันรู้เรื่อง เอาไอ้หมิวไปเผาเรื่องที่มันแอบชอบหลีดจิตวิทยา ปรากฏว่า คนที่มันชอบเป็นเกย์ ไอ้หมิวแต๊วววววว ซวยเลย แล้วฮั้วก็เอาเรื่องนู้นเรื่องนี้มาแฉๆ
อ๋อ ขอบคุณฮั้วที่ทักว่าเราหน้าเหมือนหลีดจิตวิทยาคนหนึ่ง แม้ว่าเค้าจะน่ารักกว่าเราก็เหอ อิอิ ยอม ขอแค่มีส่วนเหมือนฉันก็เอา ได้ข่าวว่าคณะนี้น่ารักเกือบทุกคน อิ้วววว
ต่อจากนั้นก็ไปกินข้าวสามย่าน ก็ดีนะ ไม่รู้จักใครเลย ไปนั่งเนียนๆ คุยๆ กะเค้าไป ก็รู้จักได้ส่วนหนึ่ง เฮฮาอบอุ่นดี (เสียอย่างเดียว แม่ง แม่ค้าปากจัด )
วันนี้ติดใจ ไปช่วยสันอีกรอบ ปรากฏว่ามีสันโต้กะบ้านยิ้ม แม่งกระเทยบ้านยิ้มโครตแรง เห็นแล้วน่ากลัว พ่อบ้านไอโย เห็นแล้วสยอง ฉันก็พลอยสยองไปด้วย วันนี้กลุ่มเรามีสมาชิกไหม นอกจาก หมิว ฮั้ว ทราย ยังมีพี่ณุ วิดวะ มาต่อเพลง หน้าโครตเหมือนไปพีร์แพทย์ เราก็คุยตั้งนานไปๆมาๆ พี่เรียนวิดวะครับ อ้าวเมื่อวานยังเรียนแพทย์วันนี้มาวิดวะ ไปๆมาๆ อีกคนนี้หว่า ซวยเลยตู หาเหมือนกันเด๊ะ ( หน้าสูตรเด็กจุฬาฯเลยอ่ะ ) พี่แกก็ดี บอกว่า ตอนแรกที่เห็นน้องดูน้อง alert ดี ไปๆมาๆ พี่รู้สึกว่า น้องบ้า (เงียบไปพักหนึ่ง) บ้า บ้า บ้า บ้า บ้า ( ตะโกนใส่หน้าตู รู้งี้เอามืออุดจมูก ก็ดีจะได้เสียเซลล์ ) แล้วพวกเราก็จบวันนี้ด้วยการ ต่อเพลงและสามย่าน หรรษาสนุกมาก มีความสุขสุดๆ
ย้อนไปเมื่อตอนเช้าคือไป ซ้อมว๊าก เริ่มมีพี่แกมาดู เข้าขากันมาขึ้น สนุกดี แต่แอบเจ็บคอ เบื่อกับการตะโกน มากกว่า บทพูดเริ่มโอเคล่ะ เริ่มเสียดสีได้ หรรษาดี ไม่อยากพูดถึงห้องประชุมเชียร์มาก ถ้ามีเด็กๆมาอ่านเด๋วไม่ขลัง
ไปโทรหาไอ้หมิวดีกว่า มันจะเม้าส์ไรไม่รู้ ไปล่ะ บายๆ
ขอให้ทุกท่านโชคดี
April 30 วันนี้ไปเลี้ยงเด็กอ่อนมาง่ะวันหยุดนี้ไปเยี่ยมญาติที่ปทุมธานีมา ไปอยู่เป็นเพื่อนน้องชาย มีความสุขไปอีกแบบ รู้สึกช่วงนี้อยู่ติดที่ไม่ได้ จะเกิดอาการหงุดหงิดๆ ต้องหาเรื่องไปเดินเที่ยว หรือ ไปไหนไกลๆ เลย
น้าสาว ชวนไปเลี้ยงเด็กที่บ้านเด็กอ่อนรังสิต อารมณ์แรกแอบกลัวๆ พูดจริงๆนะ ก็ไม่ได้ว่าจะพิศมัย เด็กๆ เท่าไร ที่คิดภาพไว้ เด็กคงจะสกปรกๆ ไรเงี้ย คิดว่าเด็กคงจะร้องไห้โยเย้ ขี้มูกโป่ง พอเจอเข้าจริงๆ อึ้งเลยอ่ะ เด็กๆน่ารักมาก เสื้อผ้าถึงจะดูเก่า แต่ก็ดูสะอาด ถึงแม้คนจะขี้มูกโป่ง แต่ก็ไม่รู้สึกรังเกียจเลยซัดนิด ออกจะแอบสงสารมากกว่า เพราะ อายุ บางคนไม่ถึง 1 ขวบ แต่ก็ต้องหัดช่วยเหลือตัวเองแล้ว อย่างตอนกินข้าว ก็จะมีกริ๊งให้เริ่มกิน กับ หยุดกิน เด็กๆ บางคน กินไม่ทัน ก็ต้องถูกเก็บจานไป(อาหารยังเต็มจานเลยอ่ะ น้องจะอิ่มไหม) แอบถามเจ้าหน้าที่ว่า ถ้าไม่มีคนมาเลี้ยงข้าวเด็กๆ ทางหน่วยงานจะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยง เจ้าหน้าที่บอกว่า รัฐบาลจะมีเงินให้เด็กรายวันต่อหัว 50 บาท การเลี้ยงดูเลยค่อนข้างเป็นตามยถากรรม พอเค้าพูดอย่างนี้ ก็นึกภพตอนที่เด็กๆ เห็นเค้กที่เอาไปเลี้ยง ตาโต เลย บางคนไม่กล้ากินเพราะเสียดายรูปการ์ตูนสวยๆ ข้างหน้า
ก็ถ้าใครอยากเลี้ยงเด็กอ่อนนะ ศูนย์อยู่ที่ รังสิต คลอง 5 อ่ะ โทร 0-2577-1172 หรือ 0-2577-2347 นะจ๊ะ อาหารมื้อล่ะ 3500 แล้วก็ถ้าจะเลี้ยงอาหารว่างก็เตรียมไปเองนะ เด็กประมาณ 100 กว่าคนได้นะ ถือว่าทำบุญนะ เพราะพวกเราเกิดมาสบายกว่าเค้าอ่ะ บางคนใช้เงิน 1000 กว่าบาทไม่คิด หารู้ไหมว่า เลี้ยงเด็กได้ตั้ง 20 คนต่อวัน
เด็กๆที่นี้น่ารักดีนะ ยิ้มเป็นกันเองดี เราก็ตอนแรกแอบไปเนียนๆ นั่งข้างพี่เลี้ยงเด็ก ซักพัก ก็ถามเด็กๆว่าอร่อยไหม ตอนแรกก็ไม่มีใครยอมพูดกับเรา คงรู้ล่ะสิว่าพูดกะไอ้นี่ติดเชื้อบ้ามันแน่นอน (ของงี้ไม่ติดทางลมหายใจน้อง ไม่ต้องกลัว ) ซักพักไม่มีใครพูด ก็ ถามเลยชื่อไรจ๊ะ น้องๆก็ไม่พูด ก็เลยมองหาหัวโจก ดูว่าใครที่จะกล้าพูดที่สุด ก็ถามเจ้าหัวโจกว่า อร่อยไหม เจ้าหัวโจกก็ยิ้ม แล้วบอกว่า อร่อย ( น้องยิ้ม สังเกตว่าฟันหลอ กับ ผุ เต็มปากเลยอ่ะ ไม่มีคนค่อยดูแล อย่างใกล้ชิด เลยหลอหมดปากเลย ) สักพักถามว่าชื่ออะไรอ่ะ เราอ่ะ น้องก็ตอบว่า ... ( ไรไม่รู้ไม่ได้ยิน) แต่แอบเนียนว่า เหรอๆ สักพัก เด็กแถวนั้นเห็นเราใจดีมั้ง เลยพากันยิ้ม ชวนคุยกันทั้งกลุ่ม ตอนสุดท้ายก่อนจาก เราก็ถามว่า พวกหนูโตมาอยากเป็นไรไป บ้างก็ตอบ อุตร้าแมน บ้างก็นักบิน บ้างก็ผี --a ( นั้นได้เป็นแน่น้องไม่ต้องห่วง) เราก็บอกว่า เราอยากเป็นโดเรมอน มีน้องคนหนึ่งตะโกนมาว่าเค้าเป็นโดเรมอนแล้วนะ แต๊ววว เราก็เลยย้อนมุขไปว่า ถ้าเป็นจริงต้องมีของวิเศษให้เราสิ น้องก็บอกว่าเอามือมา แล้วเราก็บมือน้องก็ยื่นมือมาแล้ว ทำท่าเหมือนวางของในมือ แล้วก็บอกว่านี้ของวิเศษ แล้วคนอื่นๆ ก็พากันทำตาม
วันนี้เราได้ของวิเศษมาเต็มเลย ของวิเศษที่ไม่ใช่สิ่งของ แต่เป็น ความสุขจากรอยยิ้มเด็กๆ ของวิเศษที่ทำให้เราคิดได้ว่า เราเกิดมาช่างสุขสบายแค่ไหนขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้หนูเกิดมามีชีวิตที่วิเศษเช่นนี้ เกิดมาบนกองเงินกองทอง (ถึงแม้ว่าจะไม่รวย แต่ก็ไม่อดอยาก ) ได้มีโอกาศกินดีๆ แบบนี้
สาธุ ถ้าแรงอธิษฐานมีจริงหนูขอให้น้องๆเหล่านั้นจงเป็นเด็กดีของสังคมและ ได้พบเจอกับสิ่งดีๆ ในอนาคตด้วยเถอะ
~ พี่โต๋ เงินที่เราออมกันมาวันล่ะ 5 บาทอ่ะ เราเอาไปเลี้ยงน้องกันนะ โอเคไหม ~
April 25 รับน้อง น้องรัก วู้ๆๆๆพรุ่งนี้จะกลับจุฬาฯ แย้วววว หลังจากมาเกาะพ่อแม่กินได้เกือบ สองเดือน เอิ๊ก ๆ ๆ เมื่อวานมีคนโทรถามเมื่อไรจะกลับ กทม โว๊ย (ไม่ใช่คิดถึงนะ คงไม่พ้นโทรเรียกไปทำงาน) กลับถึง กทม วันที่ 26 ตอนเช้า 10.00 น ซ้อมห้องเชียร์ ( ตายแน่เยย ต้องพกพวกสเตปซิลไปเยอะๆ) ห้องจากนั้นมีนัดไปคุยกะ อ. จงจิตร กะไอ้โช ( คู่แท้ปาฎิหารย์ฉัน ทำแลปด้วยกันตั้งสองเทอม เพิ่งรู้ว่า มีคน ที่คิดอยากเรียน NT เหมือนกัน) หลังจากนัดพี่เมนัดไปดูดเอาเลือด พร้อมรับยามาโดส เงอะ โดนเจาะอีกแล้ว แต่ดีนะว่าเจาะดูดเลือดแบบนี้เจาะไม่ลึกเหมือนบริจาคเลือดอ่ะ ไม่งั้นฉันตายแน่ๆ แล้วก็ ตอนเย็นสามโมงนัดซ้อมบ้านเเคมบิด เงอะ วันเดียวนับได้ 4 นัด ได้ข่าวว่าเเม่ ให้ไปทำธุระให้อีก แถวแจ้งวัฒนะ เงอะ ไม่อยากจะกระติ๊กตัวไปไหนเลย เพราะต้องซ้อมเชียร์ทุกวัน แล้วซ้อม บ้านกะน้องหมิว จันทร์ พุธ ศุกร์ ผอมแน่ตู เพื่อความผอมฉันยอมได้
ว่าก็ว่าไปเมื่อวานพี่อ๊อฟ ( พี่รหัสสุดหล่อ : ใครว่าไงไม่สนใจฉันว่าพี่รหัสสายฉันน่ารักที่สุด ทุกปีเลย อุอุ ยกเว้นรุ่นไอ้ทรายกะเจ๊ส้ม ดันหน้าตาตกมีนกันเองซะงั้น ) พี่อ๊อฟบอกว่าให้ตามเพื่อนมาทำห้องเชียร์ พี่ก็ไล่ชื่อให้ฟังจนกระทั่งถึง ทราย ชุลีปราง " นี่ใครอ่ะ ตามเค้ามาด้วยนะ " เอ่อนะ พี่อ๊อฟ น้องรหัสตัวเองแท้ๆ ยังจำไม่ได้อ่ะ แล้วที่สำคัญ พี่กะลังพูดอยู่กับ ทราย ชุลีปรางนะพี่ กรรม กำ กรัม แล้วก็ กัม
เพิ่งกลับไปอ่านสเปซที่แล้วของตัวเอง นักเทคนิคการแพทย์ นักปิดทองหลังพระ ตอนนี้เราเองสินะ ชักไม่เห็นความสำคัญของ นทพญ (นักเทคนิคการแพทย์หญิง)เท่าไร อยากไปเรียนโภชนาการซะงั้น ไม่เป็นไรหว่ะ ต่อโท เอาก็ได้ พูดแล้วเซ็งเลย
เพิ่งรู้ว่าตัวเองสมาธิสั้นมาก ถ้าทำงานพวกศิลปะ เย็บปักถักร้อย เรานี่ช่างไม่มีความเป็นหญิงเอาซะเลย เห็นพี่สาว นั่งถักเสื้อ จัดดอกไม้ แล้วย้อนดูตัวเอง ทำไมตูทำไม่เป็นเลยหว่ะ ถ้าสมมุติว่า ใครที่ได้ผลงานจากไอ้ทรายไป ไม่ว่าจะเป็นงานฝีมือหรือวาดรูป จงภูมิใจไว้เถอะว่า คุณเป็นบุคคลที่โชคดีที่สุด ถึงแม้ว่า ผลงานมันจะออกมา ย้ำแย่ แต่อย่างน้อย ไอ้ทรายก็ทำสำเร็จ และตั้งใจทำให้นะเฟ้ยย ( แม้จะเเลกด้วยเหงื่อ เลือด เศษเนื้อ และความอดทน อย่างหนักก็ตาม )
แต่ความจริง การเย็บปักถักร้อยนี่มันก็สนุกเหมือนกันนะ มันสนุกตั้งแต่นั่งหาแบบที่จะทำอ่ะ ว่าเราอยากทำอะไร แล้วแบบเเพทเทิร์นการแบบไหนที่จะให้ผลงานเราถูกใจที่สุด จำได้ว่าไปยืนร้านหนังสือหลายร้านและนานมาก แต่ก็มีความสุขนะเวลานึกว่า ถ้าทำเสร็จออกมาจะเป็นอย่างไร
ขั้นตอนต่อไปเลือกอุปกรณ์ ด้าย ไหม เข็ม
จะบอกว่า ไหมเป็นอุปกรณ์ที่เลือกอยากนะ เพราะเราต้องเลือกให้เหมาะสมกับงาน ถ้าเลือกเส้นเล็ก เหมาะจะทำสิ่งที่ไม่ใช่เครื่องนุ่งห่ม เพราะจะให้งานที่มีความหยาบ แต่การทำจะง่ายกว่าทำชิ้นใหญ่ๆ เพราะรายละเอียดจะเห็นชัดกว่า เเต่จะใช้เวลาทำนานกว่า เพราะ เวลาถักๆ แล้ว จะได้ ชิ้นงานขนาดเล็กกว่าเมื่อเทียบกะด้ายแบบใหญ่
ถ้าอยากทำผ้าพันคอ ตุ๊กตา สเวตเตอร์ เหอะๆ หินเลย ขอแนะนำคนที่สมาธิสั้นแบบเรา อย่าไปทำเลย คุณทำได้ซักวันสองวันคุณก็เบื่อเเล้วแหละ แต่คราวนี้เราจะลองพยายามชนะใจตัวเองสักครั้ง ทำให้เสร็จ หึหึ ถึงแม้ว่า ต้องหาอย่างอื่นทำคั้นเวลาก็ตาม แล้วตอนหาอุปกรณ์ ด้ายหายากมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เพราะด้วยความอยากได้ไหมที่มีความฟูฟ่องขณะทำเสร็จ แล้วเดินเข้าสามร้าน จะมีซักร้านอ่ะ ที่มีด้ายแบบนั้น ราคาประมาณ 35 บาท/50g ถือว่าเเพงเลยล่ะ เมื่อเทียบกะไหมแบบอื่น
ขั้นตอนการทำ ถึงแม้ว่าจะยังทำไม่เสร็จนะ แต่ว่าขอบอกว่า ยากมาก เพราะเราจะต้องขึ้นเป็นวงกลม ขนาดไหมธรรมดาว่ายากแล้วนะ ไหมฟูฟ่องยากกว่าอีก เพราะเราจะมองไม่เห็นช่องของมัน เห็นแต่ความฟูฟ่อง สวยงาม เล่นเรารื้อไปทำไปเลยอ่ะ พอรื้อแล้วไหมจะลีบ ก็ต้องตัดทิ้งทำใหม่
เราใช้เวลา 1 วัน ทำหูสองข้างของตุ๊กตา แต่พอนั่งคิดถึงผลลัพธ์ว่า คงจะดีไม่น้อย ถ้าเราทำตุ๊กตานอนกอดเอง เอาไปอวดชาวบ้านได้ว่าฉันถักเองนะ ก็มีความสุขไม่น้อย เฮอะ ตอนนี้รื้อทำให้หมด เพิ่งทำได้แค่หัวตุ๊กตา ขาดตัวและแขนขา ยังๆ เพื่อนๆ ช่วยเป็นกำลังใจด้วยนะ สาธุๆ แค่อยากได้ตุ๊กตา เฮนเมด เอาไว้กอดเองบ้างง่ะ
สาธุๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
April 18 อาชีพนักเทคนิคการแพทย์ ( นักปิดทองหลังพระ)
ธารัสซีเมียโรคร้ายที่ไม่น่ามองข้าม วันนี้แกเธอคงแปลกใจว่าทำไมเราถึงยกหัวข้อที่จะพูดถึงโรคธารัสซีเมีย ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นเลยว่า โรคนี้เป็นโรคที่ยังไม่ได้รับความสนใจมากนักในเมืองไทย แต่หากจากข้อมูลที่ได้รับทราบมาว่าโรคมีอันตรายร้ายแรง ซึ่งคนไทยถึง 15 เปอร์เซ็น เป็นที่เป็นโรคนี้คิดแล้วคนไทย เป็นโรคนี้ถึง 9 ล้านคน และอีก 40 เปอร์เซ็นต์เป็นพาหะของโรคนี้ ( ราวๆ 24 ล้านคน )
พวกอาจจะสงสัยว่า ทำไมโรคนี้ถึงเป็นโรคอันตรายร้ายแรงหรือ ถึงยกประเด็นที่นำมากล่าวในสเปซ ก่อนอื่นต้องขอบอกน้องๆ หรือ เด็กๆ ที่เข้ามาอ่านสเปซนี้ว่า โรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากพันธุกรรม นั้นคือถ่ายทอดมาจากพ่อแม่นั้นเอง ซึ่งพ่อแม่หรือบุคคลที่เป็นพาหะ ของโรคนี้อาจจะไม่ทรายเลยว่าเค้าเป็นพาหะของโรคนี้ เพราะว่า การที่เป็นพาหะ ไม่ได้หมายความว่า คุณเป็นโรค แต่การที่เป็นพาหะ หมายความว่า บุตรที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะมีโอกาสเป็นโรคนี้ หากคุณแต่งงานกับบุคคลที่เป็นโรค หรือ เป็นพาหะของโรคเช่นเดียวกันคุณ ( เข้าใจม่ะ ) ( แต่ถ้าแต่งกับคนที่ไม่ได้เป็นพาหะหรือเป็นโรค ลูกของคุณมีโอกาศเป็นพาหะโรคนี้ ถึง 50 เปอร์เซ็นต์
ถ้าแต่งกับคนที่เป็นโรค ลูกของคุณก็มีโอกาสเป็นโรคถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เช่นกัน ส่วนถ้าแต่งกับคนที่เป็นพาหะ ลูกคุณมีโอกาศเป็นโรคนี้ 25 เปอร์เซ็นต์ และเป็นพาหะ ถึง 50 เปอร์เซ็นต์
ก่อนที่ปวดเศียรเวียนเกล้า คงสงสัยว่า พูดมาตั้งนาน แล้วพวกแกคงสงสัยว่าโรคนี้มีอาการอย่างไร ทำไมถึงต้องนำมาพูดวันนี้ และ มันอันตรายอย่างไร
โรคธารัสซีเมีย คือโรคซีดพันธุกรรม คนที่เป็นโรคนี้จะมีอาการซีดตัวเหลือง เนื่องจากเม็ดเลือดแตกง่าย และ มีอายุสั้น ทำให้ร่างกายมีธาตุเหล็กมากเกินไป ( เรียกว่าเหล็กคั่ง )ซึ่งทำให้ไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงร่ายกายได้ดีนัก นอกจากนี้ จะมีอาการตับม้ามโต ร่างกายเติบโตช้า ตัวเล็ก น้ำหนักน้อย สมองอาจจะพัฒนาไม่ปกติ ทำให้ปัญญาอ่อนและ อายุสั้น
ธารัสซีเมียมีสามประเภทนะ จะบอกคราวๆ เวลาไปหานักเทคนิคการแพทย์ จะได้รู้ว่าเค้ากำลังพูดถึงประเภทไหน
มีเบต้า อัลฟ่า และ เบต้าอัลฟ่า
เบต้า อัลฟา หมายถึงเส้นของกรดอะมิโนของฮีโมโกบินในเม็ดเลือดแดง ( ไม่ต้องรู้ละเอียดมากหรอก แต่ไอ้พวกเทคนิคการแพทย์อ่านไว้นะโว๊ย ) ซึ่งเรียกชื่ออะไร แสดงว่าเส้นนั้นผิดปกติ เรียกอัลฟา แสดงว่าอัลฟาผิดปกติ ( เข้าใจนะ)
เวลาเค้าบอกคุนเป็นพาหะแบบไหนก็จำๆ ด้วยนะ เพราะหากคุณมีลูกมันสามารถคาดเดาอาการและความน่าจะเป็นว่าลูกคุณจะเป็นหรือไม่ และ จะมีอาการอย่างไร
( ส่วนตัวเรา เรายังไม่รู้เลยหว่ะ 555 จำได้พี่เมบอกว่า เป็นแบน E แล้วมันคืออะไรเนี่ย)
วิธีการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรค (ไม่มีที่ไหนเขียนบอกไว้เลย แต่เอามาจากคำบอกเล่าจากพ่อแม่บุคคลที่เป็นโรค )
คือบุตรที่เกิดมาจากมีอาการตัวเหลือง ใช่ป่ะ เราต้องพาบุตรไปรับเลือดทุกอาทิตย์จากบุคคลที่มีเลือดกรุ๊ปเดียวกับบุตร และ เลือดต้องไม่ปฏิเสธกัน คือ จากผลวิจัยพบว่า ใน 50000 คน จะมี 1 คนที่เลือดสามารถเข้ากับคุณได้
ในความคิดเห็นของเราคือแต่รับเลือดก็ยากแล้ว เพราะการที่คุณจะไปหาเลือดที่สามารถเข้ากับคุณได้เนี่ยคุณต้องไปติดต่อที่สภากาชาติไทย และ คนที่คุณจะสามารถนำเลือดเค้ามาใช้ได้นั้น ต้องเป็นเลือดที่เจ้าของเลือดได้มาแสดงความจำนงขอบริจาคเลือดแกผู้ป่วยธารัสซีเมีย และทำประวัติ ตรวจแกรมเลือดไว้เท่านั้น อย่างครอบครัวที่เล่าเรื่องเค้าสามารถติดต่อได้ 5 คนจากแฟ้มทั้งหมด แต่คุณต้องการเลือดทุกอาทิตย์ ซึ่งคนธรรมดาคนหนึ่ง บริจาคเลือดได้สามเดือนครั้ง แค่คิดก็จึ๊ยแล้วอ่ะ
( ถ้าเลือด AB Rh Nagative จะหายากแค่ไหนไม่อยากจะคิดเลย อ่ะ )
ค่ารับเลือดเนี่ยราวๆ เดือนล่ะ แสนกว่าบาท แล้วคุณต้องถ่ายเป็นเวลาราวๆ 5 ถึง 6 ปีเป็นอย่างน้อย จนกว่าจะได้รับการบริจาค สแตมเซลล์ ซึ่งใช้เวลาราวๆ 4 - 5 ชม ในการรับเลือด ต้องแอดมิส โรงบาลเลยทีเดียวนะ ( เดียวค่อยว่ากันทีหลังเนอะ เรื่อง สแตมเซลล์ ) การบริจาคนี้ อาจจะฟังดูไม่ยุ่งยากนะเท่าไรนะ ที่ยุ่งยากกว่านั้นคือ หลังจากผู้ป่วยได้รับเลือดแล้ว ต้องได้รับการขับธาตุเหล็ก ซึ่งอาจจะคั่งค้างในร่างกาย ซึ่งการคั่งของธาตุเหล็กนี้เอง ที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยตาย ( โอ้ก๊อดดดด) แล้วไอ้วิธีการขับเหล็กเนี่ยน่ากลัวมากๆ น่ากลัวกว่า รับเลือดอ่ะ คือ ในเด็กอายุประมาณ 1 ขวบ จะต้องขับเหล็ก 4 วันต่อสัปดาห์ โดยการ ให้น้ำยาทางเส้นเลือดโดยจะต้องซื้อเครื่องให้น้ำยา (เค้าบอกว่าเป็นกล่องๆ อ่ะ ) ซึ่งการขับเหล็กครั้งหนึ่งใช้เวลา 8 - 10 ชม แต่ถ้าอายุมากกว่านั้น ต้อง ขับเหล็กทุกวัน ( คุณพ่อคุณแม่ต้องทำใจหน่อยนะ เวลาเเทงเข็มเข้าไปในตัวลูกคุณอ่ะ ) จากคำบอกเล่านะ เค้าบอกว่าการขับเหล็กและการรับเลือดอ่ะ ทรมานมาก ๆ ก็คิดดูแล้วกันว่า เหล็กจะคั่งอยู่ตามส่วนต่างๆร่างกายคุณ คุณต้องเอาน้ำอะไรสักอย่างไปขับมาออกให้หมดอ่ะ น้ำยาจะไหลไปตามร่างกายคุณ และต้องขับเหล็กออกโดยสายยางอีกเส้น ( สรุปเจาะสองรูเหรอเนีย!! )
พอโตพอที่จะรักษาอย่างถาวรแล้ว เนี่ยแหละคือสุดยอดแห่งความหฤโหด เพราะทั้งการรับเลือดและการถ่ายเลือดนี่ไม่สามารถเทียบเท่าได้กับการเปลี่ยนสแตมเซลล์ ขอเกริ่นให้น้องๆ ที่อาจจะไม่เข้าใจว่าสแตมเซลล์ คืออะไร สแตมเซลล์คือ เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ซึ่งจะอยู่ที่บริเวณแกนกระดูก ทุกชิ้นในร่างกาย ถ้านึกภาพไม่ออก นึกตอนหักกระดูกไก่แล้วจะเห็นสีแดงๆ กลวงๆตรงแกนกลาง นั้นแหละสแตมเซลล์ ร่างกายจะสร้างเลือดจากตรงนั้น
เด็กวิทย์หลายๆคน อาจจะเข้าใจผิดว่า สแตมเซลล์จะอยู่บริเวณกระดูกสันหลังหรือไขกระดูกอย่างเดียว ไม่ใช่นะจ๊ะ มันอยู่ทุกอนุของกระดูกในร่างกาย เลยจ๊ะ
กลับมาเรื่องการเปลี่ยนสแตมเซลล์ การเปลี่ยนสแตมเซลล์ ถามว่าทำไมต้องเปลี่ยน การที่เม็ดโลหิตมีปัญหา นั้นเกิดจากความผิดปกติของสแตมเซลล์ที่ทำให้สร้างเม็ดเลือดแดงออกมาผิดปกติ ดังนั้นการเปลี่ยนสแตมเซลล์ คือทางออกที่ดีในการรักษานะจ๊ะ และข้อสำคัญ การเปลี่ยนสแตมเซลล์เนี่ยสแตมเซลล์ต้องมาจากพี่น้องท้องเดียวกันเท่านั้น หรือคนอื่นที่มีเนื้อเยื่อตรงกับผู้ป่วย และไม่แน่ว่าพี่น้องท้องเดียวกันนั้นจะให้เลือดกันได้นะ ต้องมีการตรวจอีกมากมายจ๊ะ โอ้วน่าสงสารจริงๆ
พูดถึงกรณีที่มีสแตมเซลล์ที่รับได้นะ ผู้ป่วยที่จะเข้ารับการรักษาจะต้อง เข้าห้องฆ่าเชื้อและฉีดยาเพื่อฆ่าสแตมเซลล์ ( ผมต้องร่วงแน่ๆเลยอ่ะ ) นึกภาพถ้าร่างกายเราโดนฆ่าสแตมเซลล์ เราก็จะไม่สามารถสร้างเลือดได้ ต้องรับเลือด ร่างกายอ่อนแอติดเชื้อได้ง่าย แล้วสแตมเซลล์อยู่ทุกอนุร่างกาย การฉีดยาเข้าไปฆ่าถึงแกนกระดูกนั้น จะส่งผลข้างเคียงมากแค่ไหน มันคงทรมานน่าดูเนอะ การบริจาค ผู้บริจาคต้องถ่ายเลือดจากบริเวณสะโพกของตัวเองเข้าสู่ร่างกายผู้รับบริจาค ขึ้นตอนการบริจาคนั้นไม่ค่อยยุ่งยากเท่าไร แต่คงจะยุ่งยากที่ กระบวนการเตรียมตัว และ ขั้นพักฟื้น ซึ่งต้องใช้เวลา 1-2 เดือน เลยทีเดียวเฮอะเหนื่อย!!
ถ้าหากเราหาคนที่จะให้สแตมเซลล์ ไม่ได้ล่ะ เราจะทำไง ก็พูดเลยว่าคุณต้องรับเลือดตลอดชีวิตจึงจะมีชีวิตรอดซึ่งอาจจะไม่ยืนยาว และยิ่งหากไม่ได้รับการรับเลือดแล้วนั้น อายุของผู้ป่วยมักจะไม่ถึงสามสิบปี ซึ่งน่าเสียดายเชียว
ในฐานะ( อนาคต ) นักเทคนิคการแพทย์ อยากจะให้คู่รักทุกคู่ที่คิดจะแต่งงาน หรือ คนธรรมดานี่แหละ ลองไปตรวจหาพาหะดูนะ เพราะว่า หากผลลัพธ์ที่เกิดมาแล้วอาจจะไม่คุ้ม คือค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคนี้ค่อนข้างสูง แล้วลูกที่เกิดมาไม่รู้อิโหน่อิเหน่เนี่ย ต้องมารับความทุกข์ทรมานอีก ไม่คุ้มจริงๆนะ หาเลี่ยงไม่ได้ ฉันท้องแล้วว่าไง ก็แนะนำให้ไปเจาะถุงน้ำคล้ำดูเพราะเช็คว่าเด็กเป็นโรคนี้ไหม แล้วแพทย์ก็จะแนะนำวิธีการรักษา และปฏิบัตัตัวต่อไป ( ส่วนใหญ๋แนะนำให้ทำแท้ง : เราไม่แนะนำ ดังนั้นกันไม่ดีกว่าแก้)
( แต่เอ๊ะ!! ทางกฏหมายไม่สามารถทำแท้งได้นิ เพราะสามารถทำแท้งได้ในกรณีที่การเกิดบุตรจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพแม่เท่านั้น จำได้ว่าตอนเรียน Pro law ว่างี้ ลองถามนักกฏหมายล่ะกัน )
สำหรับการรักษาตัวคนที่เป็นโรคนี้ ฝากไว้ด้วยนะจ๊ะ
1. รับประทานผักสด ไข่ นม หรือ นมถั่วเหลืองมากๆ
2. ดื่มน้ำชาหลังอาหาร เพื่อลดการดูดซึมธาตุเหล็ก 3. ควรตรวจฟัน ทุก 6 เดือน เนื่องจากฟันผุง่าย 4. หลีกเลี่ยงการทำงานหนัก หรือ การเล่น รุนแรง 5. งดดื่มสุรา หรือ ของมึนเมา 6. ถ้ามีอาการปวดท้องที่บริเวณชายโครงขวาอย่างรุนแรง มีไข้และตาขาวมีสีเหลืองมากขึ้น ควรไปพบแพทย์ 7. ผู้ป่วยโรคเลือดจางธาลัสซีเมียห้าม! กินยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็ก จำไว้นะ อ๋ออีกเรื่องที่อยากฝากนะค่ะ
คือการบริจาคสแตมเซลล์อ่ะ สามารถยื่นความจำนงที่สภากาชาดไทยนะ เพราะไม่เพียง จะช่วยผู้ป่วยโรคนี้ ยังสามารถช่วยผู้ป่วนที่เป็นโรคมะเร็งเกี่ยวกับเม็ดเลือดได้ และอีกหลายๆโรคอ่ะ ไม่แน่ใจว่ามีไรบ้าง) คือ การบริจาคอ่ะ เราสามารถช่วยคนได้อีกหลายคนเลยนะ ยังไงก็ฝากๆ คนใจบุญทุกคนด้วยล่ะกันนะจ๊ะ
ส่วนตัวเราว่าจะไปบริจาคเหมือนกัน
( อ๋อ บริจาคเลือดแค่ 3 Cc เองนะ ไม่ต้องกลัว อ๋อ!! คนที่บริจาคเลือดได้อ่ะ ต้อง นน 45 กิโลขึ้นไป อายุมากกว่า 17 ปี ไม่กินยาป้องกันการแข็งตัวเลือด ไม่ถอนฟันภายใน72 ชม ภายใน 6 เดือนไม่ได้เจาะหู และไม่เป็นเอดส์ ไวรัสตับนะ นะ)
ถ้ามีพี่ๆ med tech เข้ามาอ่าน มีอะไรไม่ถูกต้องเขียนคอมเม้นต์ไว้ได้นะ ทรายอยากให้เป็นความรู้แก่คนที่เข้ามาอ่านอ่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ
April 16 บรรยายกาศที่อบอวนไปด้วยความรัก
นี่คือรูปหลานหมีพู ของฉัน ไอ้เจ้าน้ำท่วม อาจจะไม่น่ารักเท่าไรรูปนี้ แต่อย่างน้อยมันก็เก๊กให้เราถ่าย เอ่อ ทำไมฉันบ้าเห่อหลานขนาดนี้หว่ะ มีหลานมาแล้วตั้งหลายคน ไม่เคยเห่อเท่านี้มาก่อนเลย ( สงสัย อาทรายแพ้ความขาว ของเด็กเห็นเด็กขาวๆไม่ได้กระโจนเข้าหา อิอิ) เสียดายว่าหลานฉันเป็นผู้หญิง ดู หัวมันสิ ล้านเชียว เวลาจับใส่ชุดกระโปรงทีก็เหมือนทอมเชียว แต่หัวทุยใช้ได้เลย ชอบๆ เด็กบางคน หัวแบ๊นแบน น่ากลัว แม่เล่าให้ฟังว่า ถ้าอยากให้เด็กหัวทุย ต้องจับเด็กเปลี่ยนท่านอนทุกสี่ชั่วโมง คือ พลิกซ้าย พลิกขวา นอนหงาย แต่ถ้าจะให้เด็ก นอนนานที่สุดต้องนอนคว่ำ ฉันล่ะเสียวเด็กหายใจไม่ออก ความจริงอยากลองเลี้ยงหลานดูเองบ้างนะ ดูสิว่าหัวจะทุยสวยไหม อิอิ (เห็นปลอกหมอนสีฟ้าๆข้างหลังป่ะ นั้นหลายโปรดเลย เดินเข้ามาในห้องเห็นไอ้เจ้าสอง( น้องชายหัวแก้วหัวแหวน) กะลังนอนกรนน้ำลายยืดใส่ เหอะๆ ไม่กล้านอนต่อเลย ยี้ๆๆๆ
วันนี้พอญาติๆกลับกันหมดแล้ว ก็พาแม่ออกไปซื้อกับข้าวกัน หุหุ ตั้งแต่กลับบ้านมาไม่เคยได้ขี่รถให้แม่ซ้อนเลยอ่ะ แต่ก็มีความสุขดีนะ นั่งซ้อนมอไซค์แม่ ( น้องทรายสัญญาว่าตอนแม่ขี่ไม่ไหว แล้วทรายจะให้แม่ซ้อนนะ ตอนนี้น้องรายขอซ้อนก่อน นะนะนะ ) แล้วแล้วก็มองทางไปเรื่อยๆ บรรยายกาศหน้าร้อนช่วงโพล้เพล้ก็สวยไปอีกแบบนะ ขี่รถผ่านแม่น้ำวัง เห็น เด็กๆ ออกมาวิ่งเล่น ลมพัดอ่อนๆ เสียงรถวิ่งผ่านไปผ่านมา มันมีความสุขแบบบอกไม่ถูกอ่ะ
ไม่รู้ว่าปีหน้าจะได้ โอ้ลั๊นล๊า ที่ลำปางรึเปล่า ว่าจะกลับมาฝึกงานที่บ้านนะ อุอุ ปีหน้าได้ใส่กาวน์เทคนิคการแพทย์กลับบ้าน อุอุ ฟังเหมือนดูดีใช่ไหม แต่ฉันว่าแก่หว่ะ ทำไมทุกคนใส่กาวน์แล้วถึงดูแก่กันหว่ะ ดูอย่างรุ่นพี่บางคน ตอนใส่ชุดนิสิตก็ดูไม่เท่าไร พอใส่กาวน์เท่านั้น แม่เรียกพี่เลย ( ป้า ) ปีหน้าฉันจะเเก่แล้วเหรอเนี่ยยย
ไหนๆ ก็ไหนก็พูดถึงเรื่องกาวน์ล่ะ หมิว กะ แนน เมื่อไรเราจะไปตัดกาวน์ยาวกันอ่ะ หรือว่าจะไปซื้อสำเร็จรูปที่ศาลาพระเกี้ยว กันดี แล้วกระโปรงอ่ะ เราจะไปซื้อเมื่อไร ดีอ่ะ - -a รอๆ สิ้น พค เนอะ เอ่อเห็นเค้าว่า กระทรวงเลื่อนเปิด มหาลัยไปสองอาทิตย์ ไม่รู้จะเอาไงแน่เนอะ สงสัยปีนี้เราได้รับน้องช้าแน่ๆเลย ฉันสงสารเด็กๆ
เอ่อๆๆ ฉันขอ พูดถึงเพื่อนคนหนึ่งหน่อยนะ ไอ้นัท มันไปออกถึงลูกถึงคนทุกคืน เพื่อนเรียกร้องความยุติธรรมให้น้องๆ ในเรื่องแอดมิสชั่น และการใช้ค่า จีพีเอ และไปที่ สทส เพื่อเรียกร้องให้ตรวจคะแนนเอ็นซ์ใหม่ ต้องต่อสู้กับพวกผู้ใหญ่ ที่เฮงซวยบางคน (เช่น ภาวิช แม่งฉันเกลียดคนนี้หว่ะ ชอบดูถูกเด็ก ด่าเด็ก) ก่อนหน้านั้น มันก็ไปร่วมแสดงความคิดเห็นที่รัฐศาสตร์เรื่องทักษิณ พร้องลงชื่อเรียกร้อง อะไรสักอย่าง จำไม่ได้ (จำได้ว่าแกสุดยอดมากกก)
แต่รู้ว่าในฐานะที่ฉันเป็นเพื่อนมัน แล้วมีน้องที่เอ็นซ์ปีนี้ แล้วก็มีประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ฉันอยากจะขอบคุณแกนะ ที่ออกมาทำอะไรสักอย่างเพื่อเด็ก ๆ ฉันเองเป็นเพื่อนแก ฉันอยากให้คนอื่นเห็นความดีของแก เพราะฉันมีความรู้สึกว่า คนดีต้องได้รับการยกย่อง แล้วฉันมีความรู้สึกว่า แกเสียสละ เพื่อสังคมจริงๆ แกมีภาระมากมาย ฉันเห็นอยู่เพราะแกก็ไม่ค่อยว่างต้องไปทำงาน นอนก็ไม่ค่อยได้นอน ( ฉันเห็นแกแอบไปเรียนสายวันที่แกไปออกถึงลูกถึงคนวันแรก ) ฉันขอขอบคุณแทนน้องๆฉัน นะ ขอบคุณจริงๆ
![]() April 14 สวัสดี๊ปี้ใหม่เมืองเจ้าสวัสดีปีใหม่ไทยเจ้า ++ ตอนนี้ก็อยู่ลำปาง ญาติๆก็พามากันเยี่ยมคุณยายแบบกระปริบกระปอย ( พูดเหมือน อะไรซักอย่าง ) อยู่บ้านว่างมาก ก็นั่งเปิดคอมโหลดเพลง โหลด ริงโทน เข้ามือถือ แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ตอนนี้กะลังฝึกดูดวง
การดูดวง ทำให้คนวิตกจริตขึ้นมาได้ ( อย่างน้อยก็ฉันหนึ่งคน ) ก็ได้แต่ภาวนาในใจว่า ขอให้ศาสตร์การดวงดูแบบนี้มันไม่แม่นด้วยเถอะ สาธุๆๆๆๆๆ
( เสือกแม่นมาจริงๆล่ะ เมิงงงงงงงง ) T-T
พูดถึงเรื่อง วันปีใหม่ พี่ชาย พาหลานสาวมาเยี่ยม โครตน่ารักเยย เป็นหลานคนแรกที่เห็นว่าหน้าตาพอใช้ได้ ขาวจั๊วะ หน้าเหมือนหมีพู ไหง๋งั้น โครตเหมือนจริงๆ (สาธุ โตมาอย่ากลายพันธุ์เหมือนหลายคนอื่นเลยยยยยย )
เวลาหลานนอนอยู่ก็จะยุกยิกๆ ตลอกเวลา เวลาเอากล้องมาถ่ายปุ๊บ
น้ำ (หลานชื่อน้ำ ชื่อจริงชื่อน้ำท่วม เพราะเกิดตอนน้ำท่วม ) นิ่งๆ สิน้ำ อาทรายจะถ่ายรูป มีการนิ่งให้ถ่ายด้วยหว่ะ บางรูปมีแอบยิ้ม บางรูปมีการ ขยิบตา เล่นลิ้น เล่นกล้อง (กรรม ออกเเววบ้ากล้องแต่เด็ก )
ที่สำคัญหลานคนนี้โครตซาดิส หลานคนอื่นชอบให้อุ้มไปอุ้มมา โอ้ๆๆ ไอ้นี้ไม่ ไอ้นี้ชอบให้จับโยนแรงๆ อันนี้ไม่เท่าไร ไอ้ที่น่ากลัวคือ
ชอบให้จับนอน แล้วน้องจะเอามือทั้งสองข้าง จับกับนิ้วชี้ทั้งสองข้างของเราไว้ ( นึกภาพออกป่ะ ) เหมือน เอามือเกี่ยวไว้อะ แล้วให้ยกสูงๆ เหมือนนักยกน้ำหนัก พ่อมันก็บอกว่า โตมาจะพาไปยกน้ำหนัก ( แล้วหันไปตะโกนใส่หน้าลูกว่า สู้โว๊ยยย) ( ฉันรู้ละว่า ไอ้น้องน้ำมันซาดิสเหมือนใคร - -" ) ฉันล่ะกลัวไหล่มันหลุด ที่ตลกคือ ไอ้หลานน้ำท่วมของฉันเนี่ยมันหัวเราะด้วยความสะใจ
ไอ้เด็กซาดิส ... ยังมีความซาดิสหลายเรื่อง บรรยายไม่หมดนะ คือมันเยอะมากอ่ะ
แต่ถ้าเทียบกับความน่ารักนะ อุอุ น่ารักจริงๆ พูดแล้วหมั่นเขี้ยว
ไอ้น้องน้ำแก้มโครตแน่นเยย คุณยายบอกว่า ห้ามจับแก้มเด็ก จับแล้วเด็กจะไม่กินข้าว เหอะๆ แอบจับไปหลานรอบเลย อดใจไม่ไหว ฮ่าๆ ๆ ๆ ไม่เป็นไรนะหลานรัก ไม่กินข้าวแต่กินนมแทนก็ได้จ๊ะ อิอิ
อู้ยยยยย พูดแล้วหมั่นเขี้ยว ออกไปเล่นกะหลาน อีกดีกว่า อิอิ ปายล่ะ
March 30 หัวใจฉันไม่มีพื้นที่เล็กๆเลย"ตอนนี้เราเบื่อเพลงรักหว่ะ!! ตอนนี้เราฟังเพลงอะไรก็ไม่โดนใจเราสักเพลง มีแต่เพลงแอบรัก รักสมหวัง โดนหักอก สวมเขา ฉันเบื่อ. . ไม่มีอะไรสร้างสรรค์จรรโลงใจเลย หลายวันมานี้ได้ยินเพลงหนึ่งทางทีวี ฟังครั้งแรกเราก็ชอบเลยนะ รู้สึกว่าเพลงแบบนี้เป็นตามหามานานแล้ว สามารถบรรยายความรู้สึกอารมณ์ ของเราตอนนี้ได้ทั้งหมด อยากเจอคนเเต่งเพลงนี้จัง เราไม่อยากให้ใครมาชอบเพลงแบบนี้เลียนแบบหรอก แค่มีความรู้สึกว่านี้คือตัวตนของเรา พวกแกไม่ต้องบอกว่าเพลงนี้เพราะเพราะเอาใจ หรือว่าเพลงนี้ห่วยสิ้นดี เมื่อพวกแกฟัง เราชอบ เพราะ "มันคือตัวตนของเรา" เพลงนี้เป็น "เพลงของฉัน" ลองไปฟังดูล่ะกัน ถ้าใครฟังแล้วรู้สึกอย่างฉัน แสดงว่าเค้าคงตกอยู่ในภาวะเดียวกันกับเราอยู่ สู้ๆล่ะกัน เป็นกำลังใจให้ นะ" เนื้อเพลง พื้นที่เล็ก ๆ >> พี่บอย ตรัยภูมิรัตน์ จะต้องถอนใจ อีกสักเท่าไร โลกแห่งความเป็นจริง ไม่เคยเป็นอย่างใจ วันและคืนเปลี่ยนหมุน ให้เราวิ่งตามเรื่อยไป โตแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไป การเป็นผู้ใหญ่ มันไม่ง่ายเลย มันไม่คุ้นไม่เคย ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อยใจ ไม่มีเวลาเหลือ ไว้ฟังไว้คิดถึงใคร โตแล้ว ต้องทำอย่างไร เมื่อนาฬิกาในชีวิตหมุนเร็วกว่าใจ จนตัวเราเองอาจหล่นหาย เมื่อเด็กคนหนึ่งที่อยู่ในใจ เขาไปไหน ทำไมวันนี้เขาหายไปจากเรา ขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม ในวันนึงเท่าไร ก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า ให้ความสดใส ยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป แค่เพียงอยาก ขอพื้นที่เล็กๆนี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้ โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย เก็บความเป็นเด็กในหัวใจ เอาไว้ ตรงขอบฟ้านั้น มีรุ้งพาดผ่าน เมื่อความจริงความฝันได้มาบรรจบกัน ที่ดินแดนแห่งนั้น เด็กน้อยคนหนึ่งกับฉัน จูงมือเดินไปด้วยกัน เมื่อนาฬิกาในชีวิตหมุนเร็วกว่าใจ จนลืมว่าเราเคยเป็นใคร อย่าลืมเด็กน้อย ทิ้งปล่อยเขาคอยอยู่เดียวดาย ได้ยินใช่ไหมเสียงนั้นที่เรียกเรา ขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม ในวันนึงเท่าไร ก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า ให้ความสดใส ยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป แค่เพียงอยาก ขอพื้นที่เล็กๆนี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้ โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย เก็บความเป็นเด็กในหัวใจ จะอยู่กับฉันตลอดไป (ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ใจยังเป็นเด็ก) อยู่กับฉันตลอด ไม่ให้ใครแย่งไป (ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ใจยังเป็นเด็ก) P.s ขอบคุณใครบางคนที่ทำให้ หัวใจเรายังพอมีพื้นที่ของตัวเอง March 14 Show my PhotoshopHu hu!! From the last blog
I told u that i'm crazy about doing photo shop
A few day ago i went to buy text about it
and it make me sleep 5 a.m. every day
If my mom and p'toa know
They will kick me sure T-T
and today i'll present it
La lus la
Sorry to p'toa that i bring ur photo here
but i think this photo that so cute
and i love it a ja
and not too much people read my space
except my close friends !!
Is it beautiful i try to do it with myself
not thing spacial but i'll make it better ja
Hot hot!! want to sleep++![]() |
|||||||||||||
|
|